กำเนิดค่ายรามอาสาพัฒนาภาคกลาง

fanpage ค่ายรามอาสาพัฒนาภาคกลาง
 
กำเนิดค่ายรามอาสาพัฒนาภาคกลาง
เมื่อปี พ.ศ. 2526 ในขณะที่สังคมกำลังโหยหาเหล่าผู้กล้าเพื่ออาสาช่วยชาติบ้านเมือง ได้เกิดการก่อตั้งค่ายรามอาสาพัฒนาภาคกลาง โดยแตกตัวมาจากโครงการสู่ชายแดน มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการทำคุณประโยชน์พัฒนาสังคมตามชนบท ให้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งเป็นการเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมือง โดยยึดถือระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่แท้จริงอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
โดยมีพี่อารมณ์ (อารมณ์ ...สุวรรณราช) เป็นประธานค่ายคนแรก สมาชิกที่ร่วมก่อตั้งเท่าที่จำได้ สุเมธ จอกทอง,พี่โคม,คุณเปลี่ยน(เพื่อนพี่โคม ) น้องแป้ว น้องน้อย ชาติชาย (เลฟเด็กภูเก็ต), เม็ก (เกสร แก้วสุข), พี่กำนันประกอบ รื่นจิตรและน้องนุช ซึ่งต่อมาเป็นศรีภรรยา ท่านกำนัน นอกจากนั้นยังมีคุณกุ้ง ( ศิรินันท์ เพชรประสงค์ ) คุณพีระ ( เล็ก )จากกลุ่มท่าชนะเข้ามาช่วยปักหลักฐานได้ที่อยู่ของค่ายแล้ว ประมาณสัก 5 – 6 เดือน พี่อารมณ์ จำต้องไปประกอบอาชีพส่วนตัว ไม่มีเวลา
ผมบุญรอด เลี่ยงทรชน จึงได้เป็นประธานค่ายคนที่ 2 ในช่วงนั้นได้มีกำลังเสริมจากน้องใหม่เด็กเพชรรุ่นแรกที่จำได้ น้องด้วง,น้องโก คนที่แต่งสโลแกน “เมื่อลูกสู้กู้หวังในสังคม ขอเพื่อถมแรงช่วยด้วยอีกคน” ต่อมาเปลี่ยนคำว่า "ถม" เป็น "โถม" นอกจากนี้ ยังมีน้องเบิ้ม (ลูก สจ. ท่ายางเพชรบุรี) น้องปุ, น้องนก หลานน้องเม็ก รวมพลพรรคได้ประมาณ 20 คน
เราหาทุนครั้งแรกที่ จ.นครสวรรค์ โดยมีพัฒนากร จังหวัด พี่ปุ๋ย (ประธานพรรคกระแสธรรม คนแรก) เป็นผู้อำนวยความสะดวกโดยการให้พักที่บ้านพาไปพบปะผู้คน หาทุนด้วยการขายสติกเกอร์ ทุกแห่งหลายจังหวัดจนได้เงินมากจำได้ว่าเป็นแสนสำหรับสมัยก่อนถือว่ามาก
ก่อนออกค่ายได้รู้จักรุ่นน้องกลุ่มเด็กเพชรบุรี น้องมนตรี (พี่เจ๊กของน้องๆ ) น้องเจี๊ยบ น้องเทพ ได้มาช่วยงานที่กลุ่มเลยชวนออกค่ายในที่สุดก็ได้ออกค่ายครั้งแรกที่บ้านทุ่งแคแดง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสรรค์ ในเดือนกรกฎาคม
อ๋อลืมบอกว่า เคยหาทุนได้ด้วยการจัดดนตรี และงานวัดที่ วัดคลอง 7 ปทุมธานี บ้านคุณสุเมธ ซึ่งร่ำรวยมีที่นามหาศาลเป็นการหาทุนที่ลำบากเพราะจัดงานใหญ่ ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันหลายสิบปีแล้ว.
ในด้านการเงินก่อนออกค่ายยังได้รับการสนับสนุนจากท่านอาจารย์สมชาย น้อยฉ่ำ ผอ.สวป ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของค่ายเราในขณะนั้น โดยประสานและแนะนำให้บุกเข้าพบคาราวะพลเอกชาติชาย ซึ่งตอนนั้นเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยที่บ้าน แล้วเราก็ไปจริงครับ ไปที่บ้านเลยตอนหัวค่ำเขากำลังประชุมสมาชิกพรรคประมาณ 30 คน เราเข้าไปฟังด้วย และที่พลาดไม่ได้สำหรับนักศึกษาที่เกรงใจคนอย่างพวกเรานั้นคือฝืนกินอาหารที่แสนอร่อยคนละไม่ต่ำกว่าสองจาน แต่ละจานก็แค่เกือบล้นขอบเท่านั้นเองงานนี้นอกจากอิ่มท้องแล้วเรายังได้ทุนมาผ่านท่านอาจารย์ สองหมื่นบาท
การออกค่ายครั้งแรกประทับใจมากโดยเฉพาะตอนเร่งงานให้เสร็จ ต้องนั่งรถอีแมะ ซึ่งเป็นญาติกับรถอีแต๋น ไปขุดและขนทรายริมแม่น้ำตอนกลางคืน ท่ามกลางฟ้าร้อง ฝนตก สองข้างทางเจิ่งนองไปด้วยน้ำโคลนและดินแลนรถที่ขนทั้งคนและทรายแล่นไปด้วยความเชื่องช้าบานประหนึ่งคนอกหักที่เมาสุราเดินด้วยสองขากลับบ้านไม่ได้ต้องใช้สองมือช่วย( คลาน )แต่ทุกคันทุกคนก็มาถึงที่งานช่วยกันสานฝันจนสนามเอนกประสงค์สำเร็จ
ในวันรุ่งขึ้น วันที่ฟ้าหม่นหม่นแต่ใจใสแจ๋วอยากเรียกสนามนี้ว่าสนามรักสนามใจแห่งแรกของค่ายราม เนื่องจากการออกค่ายครั้งนี้ได้มีการวางแผนไว้แต่แรกว่าจะออกในช่วงที่เริ่มเปิดเทอมแรกของปีเพื่อจะได้น้องใหม่เข้าค่าย จะได้ติดค่ายประหนึ่งดรุณีแรกรุ่นออกสู่โลกกว้างครั้งแรกเจอชายใดคนแรกก็นึกทึกทักว่าหล่อจึงรักปั๊บทันที ซึ่งเป็นไปดังที่คิด ประกอบกับโชคช่วยน้องที่ออกค่ายล้วนน้ำใจงดงามต้องการช่วยเหลือสังคม จิตใจอ่อนโยนมีสายใยของการประสานรักมากมายหลายเส้น
หลังออกค่ายครั้งนั้นที่กลุ่มเราจึงเนืองแน่นไปด้วยสมาชิกใหม่ของค่ายราม แล้วเราก็ได้ประธานค่ายรามคนต่อมาคือพี่โคม ส่วน น้องต่อ น้องหนิง น้องโย่ง น้องจี น้องดม น้องโต้ง น้องหมู น้องตุ้ม และน้องคนอื่นๆซึ่งถึงแม้มิได้เอ่ยนามในที่นี้ แต่คิดว่าทุกคนคงยังจำภาพเก่าๆซึ่งกันและกันที่ซ่อนไว้ในใจได้เสมือนห้วงรักเหวลึกยากที่จะลืมเลือนซึ่งต่อมาแต่ละคนก็ได้เป็น "ผู้สืบสานตำนานของค่ายรามให้ยืนยาวจวบจนทุกวันนี้"
บุญรอด เลี่ยงทรชน (พี่รอด)

ความคิดเห็น